เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีชมชนอยู่เป็นจำนวนมากและมีดอยลูกหนึ่งลักษณะคล้ายหลังเต่า จึงเป็นชื่อเรียกกันมา อยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากเขื่อนฯ ประมาณ 153 กม.
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีชมชนอยู่เป็นจำนวนมากและมีดอยลูกหนึ่งลักษณะคล้ายหลังเต่า จึงเป็นชื่อเรียกกันมา อยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากเขื่อนฯ ประมาณ 153 กม.
เป็นวัดเก่าแก่ที่คงสภาพที่สมบูรณ์ มีตำนานเล่าว่าก่อนนี้เป็นเมืองอุดม เป็นที่ราบกว้างใหญ่ พระยาอุตุมจึงได้สร้างเมืองขึ้น ประกอบกับมีชุมชนอาศัยอยู่ริมน้ำเป็นจำนวนมาก ในครั้งพุทธกาลพระพุทธเจ้าเสด็จผ่านได้แวะพัก ชาวบ้านชาวลั๊วทราบข่าว จึงได้นำดอกไม้และอาหารมาถวาย ซึ่งดอกไม้บริเวณนั้นส่วนใหญ่จะเป็นดอกสร้อย และพุทธองค์ได้นำพระเกศาให้ไว้จึงได้สร้างเจดีย์บรรจุไว้ ซึ่งเรียกว่าพระธาตุแก่งสร้อยมาจนถึงปัจจุบัน พระธาตุแก่งสร้อยห่างจากเขื่อนฯประมาณ 70 กม.

เป็นถ้ำที่ถูกปิดมานานเพิ่งค้นพบปากถ้ำ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม โดยมีเรื่องเล่ากันมาก่อนว่ามีฤาษีมาอยู่ในสมัยก่อน และมีชุมชนป่าคาอยู่ใกล้กัน จากการสำรวจก็ได้พบรอยพระบาทเล็ก ๆ อยู่ด้านบนเหนือถ้ำ จึงได้สร้างวิหารน้อยครอบไว้ ห่างจากเขื่อนฯ ประมาณ 25 กม. .

เดิมคือดอยลาน เนื่องจากมีต้นลานเป็นจำนวนมาก เมื่อถูกน้ำท่วมก็ตายลง ปัจจุบันคงเหลืออยู่บ้างประปราย มักมีนักท่องเที่ยวมาเป็นประจำ เพราะมีหาดทรายขาวในช่วงน้ำลดจะสวยงามมาก สามารถลงเล่นน้ำได้ ช่วงหลังได้มีศูนย์ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา (ทศท) ได้มาช่วงวันวาเลนไทน์ จึงได้ขนานนามว่า"เกาะวาเลนไทน์" และคณะอื่น ๆ อย่างเช่น คณะของคุณดำรงค์ พุฒตาล ก็ได้มาเยี่ยมชม และได้นำกลับไปลงตีพิมพ์ในหนังสือคู่สร้างคู่สม จึงทำให้เกาะวาเลนไทน์เป็นชื่อเรียกติดปากผู้คนมาทุกวันนี้ และมักมาพักค้างแรมกันมากขึ้น อยู่ห่างจากเขื่อนฯ ประมาณ 10 กม.
หรือพระบาทเขาหนามค้นพบโดยชาวบ้านประมาณปี 2490 เป็นรอยพระบาท จึงได้มีการจัดงานสรงน้ำพระพุทธบาทขึ้นในสมัยนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และจะมีการละเล่นแข่งขันบ้องไฟของแต่ละหมู่บ้าน ปัจจุบันได้สร้างมณฑปห้ายอดครอบไว้ จะมีชาวบ้านขึ้นไป กราบไหว้ช่วงเทศกาลอยู่เสมอ ห่างจากเขื่อนฯ ประมาณ 5 กิโลเมตร